เวชสำอาง ฮิตกว่า เครื่องสำอาง

คอสเมซูติคอล เจนเนเรชั่นใหม่ของเครื่องสำอาง
(
คอสเมซูติคอล = เวชสำอาง)
Today Generation


แม้ว่าชื่อ “คอสเมซูติคอล” จะฟังดูใหม่และไม่คุ้นหู แต่ความจริงก็คือ “คอสเมซูติคอล” ถือเป็นทูเดย์ เจเนอเรชั่น (Today Generation) ของวงการเครื่องสำอางในปัจจุบัน และกำลังจะเข้ามาเป็นสแตนดาร์ตของเครื่องสำอางไปแล้ว ในต่างประเทศเครื่องสำอางประเภทนี้เป็นที่นิยมและแพร่หลายมาก แถมยังมีเครื่องสำอางหลายแบรนด์หลายแบรนด์ที่เริ่มออกมาประกาศตัวว่าเป็น “คอสเมซูติคอล” อย่าง ดร.เฮอริโคน หรือ ดร.เดอร์มาโทโลจิค ฟอร์มูล่า ผู้หญิงที่นั่นจึงนิยมใช้กันมากเพราะเป็นเครื่องสำอางที่ผลิตโดยแพทย์ผิวหนังเป็นส่วนใหญ่

คอสเมซูติคอล ฟีเวอร์
“คอสเมซูติคอล” กำลังเป็นดาวเด่นและได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่ยา แต่เป็นเครื่องสำอางที่มีการผสมสารแอคทีฟเข้าไป แล้วแต่ว่าเป็นสารตัวไหนที่ฮิตกันในปัจจุบันก็เช่น ต้นไม้บางชนิด พืชใต้ท้องทะเลลึก หรือ สารที่ราคาแพงขึ้นมาอีกก็จะเป็นสารสกัดจากแบคทีเรีย หรือพวกไบโอเทคโนโลยี สารที่สกัดได้จากวิทยาการทางชีวภาพ สารแอคทีฟเหล่านี้ใช้แล้วต้องก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับผิว และต้องพิสูจน์ได้ทางการทดลอง เช่น ริ้วรอยจางลงภายในกี่วัน หรือ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวนานกี่ชั่วโมง คุณสมบัติเหล่านี้ต้องมีผลการวิจัยที่ชัดเจน เพราะเมื่อก่อนเครื่องสำอางคือสิ่งที่มาแล้วไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับผิว แต่ “คอสเมซูติคอล” ไม่ใช่

ปัจจุบันเครื่องสำอางหลายยี่ห้อทั้งแบรนด์ดังและไม่ดังจึงพากันออกมาประกาศตัวว่าเป็น “คอสเมซูติคอล” แม้กระทั่งในเมืองไทยเอง ซึ่งต้องพิจารณากันให้รอบคอบก่อนใช้ เพราะบางยี่ห้อมีคุณลักษณะคล้าย “คอสเมซูติคอล” หรืออาจจะจัดว่าเป็น “คอสเมซูติคอล” ได้เหมือนกัน ในขณะที่บางยี่ห้ออาจแค่อ้างอิงคุณสมบัติเท่านั้น

คอสเมซูติคอลในเมืองไทย
คอสเมซูติคอลในเมืองไทยเริ่มเป็นที่นิยมจากคลินิคหรือสกินแคร์ต่างๆ มาก่อน การรักษาอีกแบบที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นทุกวันก็คือ การใช้เครื่องสำอาง “คอสเมซูติคอล” ที่คิดค้าเพื่อผิวของแต่ละคนโดยเฉพาะ หรือที่เรียกกันว่า “เพอร์เซอนัลไลซ์ สกินแคร์” ซึ่งเป็นการรักษาแบบคิดค้นผลิตภัณฑ์เพื่อผิวเฉพาะบุคคล เนื่องจากเครื่องสำอางที่มีขายอยู่ตามเคาน์เตอร์ไม่ได้ทำมาเพื่อผู้หญิงทุกคน และผิวของผู้หญิงแต่ละคนก็มีความต้องการที่ต่างกัน การรักษาแบบนี้จึงต้องมีการเซอร์เวย์ผิวก่อน เพื่อดูว่าผิวของคนไข้มีปัญหาอะไรบ้าง แล้วค่อยวิเคราะห์ว่าผิวของคนไข้ต้องใช้เครื่องสำอางประเภทไหน หลังจากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการทำเครื่องสำอางตามสภาพผิวคนไข้ เป็นการผสมใหม่เฉพาะบุคคล ซึ่งส่วนผสมที่ใชข้นั้นจะไม่ใช้ยา แต่จะใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารสกัดออกฤทธิ์และสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ทางการทดลอง นอกจากนี้ระหว่างการใช้เครื่องสำอางจะมีการติดตามผลเพื่อมีการปรับให้เหมาะกับผิวที่สุด

ข้อดีของ “เพอร์เซอนัลไลซ์ สกินแคร์”
การรักษาแบบนี้จะได้ผลไม่รวดเร็วเหมือนกับการใช้ยา แต่เป็นการทำให้ผิวดีขึ้นแบบเป็นธรรมชาติที่สุด เรียกว่าหายไม่เร็วแต่อยู่กับเรานาน เช่น ถ้าเป็นฝ้า ทายามากๆ หรือกินยาสองอาทิตย์ฝ้าหาย แต่ถ้าหยุดยาฝ้าก็กลับมาใหม่ ทำให้ต้องรักษากันใหม่อีกรอบ ข้อดีของการรักษาแบบนี้คือเป็นการพัฒนาเอาประโยชน์ของสารต่างๆ มาใช้โดยไม่ต้องใช้ยา มีการพัฒนาไปเรื่อยๆ สารที่ใช้ผสมในเครื่องสำอางจึงต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ครีมแต่ละกระปุกที่ผสมขึ้นใหม่จึงมีความสดทางเทคโนโลยีอยู่เสมอ ต่างกับครีมตามเคาร์เตอร์บางยี่ห้อที่ใช้สารตัวเดิมไม่เปลี่ยน ใช้มาตลอดเป็นสิบปีเพราะขายได้ และมีบางคนยึดติดกับครีมที่เคยใช้ ซึ่งความเป็นจริงแม้ว่าเราจะค้นพบว่าครีมบางตัวเหมาะกับเราจริง แต่อย่าลืมว่าทุกวันนี้สารตัวใหม่ๆ ที่ดีกว่าตัวเก่าถูกผลิตออกมาไม่เว้นวัน ดังนั้นครีมจึงควรจะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับผิวหน้าของเราที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นคนที่รุ้จักปรับเปลียนการใช้ครีมบำรุงผิวให้เหมาะสมกับสภาพผิวจะทำให้รู้สึกเหมือนผิวมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ที่มา: Beauty from The Future By Dr.Nantapat นิตยสารแพรว ฉบับเดือนเมษายน

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

Powered by WordPress | Find the best wordpress themes Online | Thanks to Premium WordPress Themes, Best Free WordPress Themes and Themes Directory